เสาร์ อาทิตย์ทั้งที อยู่บ้านว่างๆ ทำอะไรดีหว่า… คิดไม่ออกเอางี้ดีกว่า ฆ่าเวลาด้วยการเล่น hi5 และกัน

หลังจากเปิดอ่าน commentภ โอ้วววว ฟ้าประทาน

”ดีค่ะน้องแทนสบายดีไห๊มเอ่ยคิดถึงๆๆ
พี่มีทริปอาสามาเสนอล่ะน่าสนใจๆๆ ส่งเมล์ไปให้แล้วลองดูน๊ะ…”

หลังจากอ่าน สรุปใจความได้ว่า เป็นทริปอาสาภ ปลูกกล้วย ปลูกหญ้า ให้ช้างกิน

แทนคุงรีบตอบกลับทันที ทันใด “สนใจคร้าบบบ จองให้ด้วย”

และแล้ว วันที่ที่เดินทางก็มาถึง นัดเจอกันที่ คิงพาว์เว่อร์ซอยรางน้ำ ตอน 6.00 โมง

มาด้วยอาการเมาขี้ตาสุดๆ ในการมาครั้งนี้ คิดไว้ในใจว่า จะไปถ่ายรูปเด็ดๆมาให้ได้ 555

(มีใจอยากทำงานหน่อยนึง แอบเลว) ถึงที่นู่น ก็ประมาณ 11.00 กว่าๆ มั้งไม่แน่ใจ เพราะก็ยังเมาขี้ตาอยู่ดีนั่นแล่ะ

image011

Continue reading

หลังจากเดินทางออกจากทุ่งทานตะวัน พวกเราก็แวะทางอาหารเล็กน้อยก่อนเดินทางต่อไปยังจุดหมายสุดท้ายของทริปนี้คือ Primo Posto del Khao Yai

ผมเห็นนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่อุทยานฯเขาใหญ่แวะมาที่นี่และถ่ายรูปไปโพสต์บนอินเทอร์เน็ตกัน ดูแล้วมันสวยแปลกตาดี ก็เลยลองแวะมาดูมั่ง เผื่อจะมีอะไรถูกใจ

และก็ไม่ผิดหวังครับ ที่นี่ดูสวยกว่าที่ผมคิดไว้ มีหลายคนบอกว่าเป็นสถาปัตยกรรมแบบอิตาลี่ แต่ทำไมผมนึกถึงแต่ตึกรามบ้านช่องในหนังเม็กซิกันก็ไม่รู้สินะ

IMG_0574_exposure

Continue reading

หลังจากเดินทางออกจากศูนย์ฯเจ็ดคต จุดหมายปลายทางที่เราจะเดินทางไปต่อคือทุ่งทานตะวันครับ

ทุ่งทานดอกตะวันมีอยู่มากมายในจังหวัดสระบุรี โดยเฉพาะตลอดเส้นทางที่จะวิ่งเข้าไปที่น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ซึ่งหากมาจากกรุงเทพฯนั่งรถมาทางถนนมิตรภาพ(ถนนที่จะไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เลี้ยวซ้ายเข้าไปยังเส้นทางจะบอกว่าไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อยเราก็จะเจอดอกทานตะวันตลอดทางเลยล่ะครับ

จริงๆแล้วดอกทานตะวันเป็นพืชไร่ที่ชาวบ้านเค้าปลูกกันในช่วงฤดูหนาวกันอยู่แล้ว ด้าวเพราะความสวยงามของมันจึงมักจะมีหมู่นักท่องเที่ยวลงจากรถไปถ่ายรูปด้วยประจำ และจึงกลายมาเป็นประเพณีนิยมของคนทั่วไปที่ต้องแวะเวียนมาถ่ายรูปและคนท้องถิ่นเองก็จะเกิดรายได้เข้าอีกทางครับ อันนี้ถือเป็นเรื่องดี เที่ยวไทยช่วยไทยครับ

IMG_0540

Continue reading

เช้าวันที่สองของทริป ผมตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนตึง เนื่องจากเมื่อคืนเรานั่งซึบซับเอาบรรยากาศของศูนย์ฯเจ็ดคตดึกเกินไปหน่อย ก็แน่ล่ะครับ เรามีเวลากันแค่ 2 วันกะอีก 1 คืน ไหนเลยจะยอมให้เวลาผันผ่านโดยเปล่าประโยชน์

เช้าของวันนี้เป็นเช้าของฤดูหนาวที่ดูสวยงามมากๆอีกวันนึงของผม แม้จะลมแรงไปหน่อยแต่ในสายลมก็อัดแน่นไปด้วยความบริสุทธิ์สะอาดที่เจือจางไปด้วยกลิ่นของใบไม้และไอน้ำ ลมที่แรงบวกกับอากาศที่หนาวอยู่แล้วยิ่งทำให้คณะทริปของผมหนาวเป็นเท่าทวี

IMG_0495_exposure

Continue reading

ตกเย็นทุกคนก็ได้ทำภาระกิจส่วนตัวกันจะหมด อาบน้ำอาบท่า สบายใจไปตามๆกัน ยกเว้นผมกันนายกั้มที่ยังไม่ได้อาบน้ำ เหตุผลของกั้มคือเค้ามีอาการป่วยมาตั้งแต่ก่อนเดินทางจึงไม่สามารถอาบได้ ส่วนผม ผมยังสงสัยอยู่ว่า ลืมหรือว่าขี้เกี่ยจกันแน่ นั่งกินนั่งเล่นนั่งคุยไปเรื่อย ที่สุดก็ไม่ได้อาบน้ำจนได้

สาวๆนำทีมโดยน้องโลมาได้เตรียมอาหารการกินไว้ให้พวกเราแล้ว อ่อ วันนี้เรามีสุกี้รสเด็ดไม่แพ้MKด้วยนะ บวกกับความโหยหิวจากการเดินทางท่องเที่ยว พวกเราก็ซัดกันราบคาบไปตามฟอร์ม

IMG_0436_exposure

Continue reading

เมื่อกิจกรรมเล่นน้ำตกจบลง คณะท่องเที่ยวก็เดินทางกลับ แต่ เอ ถ้าจะกลับไปที่เต้นท์เลยก็คงจะน่าเบื่อ เราจึงออกนอกเส้นทางเลี้ยวซ้ายขึ้นสู่จุดชมวิวของที่นี่

ระยะทางถึงจุดชมวิวไม่ไกลนัก เราจึงไปถึงตั้งแต่ก่อนห้าโมงเย็น จากตรงนี้เรามองเห็นทิวทัศน์เกือบรอบด้าน มองไกลไปถึงตัวอำเภอแก่งคอย(คิดว่าใช่นะ) ดูแล้วก็สบายใจดีนะ แต่นี้ก็ยังไม่ใช่ไฮไลท์หรอกนะ เพราะที่เราอยากจะดูที่สุดคือ แสงสุดท้ายยามอาทิตย์อัศดง นั่นเองครับ

IMG_0385_exposure

Continue reading

หลังจากรับประทานอาหารเที่ยงกันเรียบร้อย พวกเราก็ออกเดินทางสู่ น้ำตกเจ็ดคต ตามที่ได้หารือกันครับ

การเดินทางจากศูนย์ฯถึงทางน้ำตกนั้นสะดวกสบาย สามารถขับรถไปถึงได้ แต่จากปากทางเข้าก่อนถึงน้ำตกเราต้องเดินทางเท้ากว่า 2 กิโล(เห็นจะได้นะ) ซึ่งก็ไม่ไกล้และไม่ไกลถ้าใช้ตัวผมเป็นบรรทัดฐาน และตรงนี้แหละไฮไลท์แรกของทริปนี้ มันคือเสน่ห์ของการเดินป่า คือหลายคนอาจจะไม่รู้ตัวว่า เวลาเราเดินในที่ๆไม่คุ้นเคยสมาธิของเราจะจดจ่ออยู่กันสิ่งรอบข้าง ทั้งเส้นทาง ต้นไม้ ป่า ภูเขา เสียงแมลง และเสียงสัตว์แปลกๆที่ไม่คุ้นเคย น้อยมากที่จะมีคนใจลอยคิดถึงเรื่องอื่นระหว่างเดินป่า เพราะความกลัวจะเป็นตัวแปรที่ควบคุมให้เรามีสมาธินั่นเองครับ

น้องกิ๊กบอกว่า ที่นี่คือ มรดกโลก
น้องกิ๊กบอกว่า ที่นี่คือ มรดกโลก

Continue reading

และแล้วพวกเราก็มาถึงปากทางเข้าศูนย์ศึกษาธรรมชาติฯจนได้ ที่ปากทางเข้ามีคณะของเราที่พลัดหลงกันระหว่างทางรออยู่ก่อนแล้ว น้องแทนหนึ่งในคณะผู้รอบอกว่ารออยู่นานมาก ก็เลยเก็บภาพป้ายทางเข้าซะหลายภาพ จนป้ายจะพรุนอยู่แล้ว พี่ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้นะครับ ;-Pภ และแน่นอนครับ ผมไม่พลาดที่จะเก็บภาพที่ระลึกตรงป้ายทางเข้าไว้สักภาพก่อนเดินทางเข้าไปยังตัวศูนย์ฯ

ยืนถ่ายรูปจนป้ายศูนย์ฯ ถ่ายเยอะมากจนป้ายแทบพรุน
ยืนถ่ายรูปจนป้ายศูนย์ฯ ถ่ายเยอะมากจนป้ายแทบพรุน

Continue reading

ผมเชื่อว่าเกือบทุกคนชอบท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติ แต่รูปแบบการท่องเที่ยวของแต่ละคนแตกต่างกัน จึงเป็นการยากที่จะทราบว่าแต่ละคนชอบท่องเที่ยวแบบไหน แต่มันก็ไม่สำคัญหรอกนะครับ เพราะผมมีทฤษฏีส่วนตัว ทฤษฏีที่ว่าด้วยความมากหรือความน้อยหรือน้อยที่สุด คำว่าไม่แทบไม่มีหรือน้อยมากในทฤษฏีการท่องเที่ยวของผม บางคนชอบเที่ยวทะเล บางคนชอบเที่ยวภูเขา บางคนชอบเที่ยวป่า บางคนชอบเที่ยวหน้าหนาว บางคนชอบเที่ยวหน้าร้อน และมีเยอะที่ชอบเที่ยวหน้าฝน สรุปว่าทุกคนชอบท่องเที่ยว แต่จะมากหรือน้อยนั้นผมไม่ทราบ และไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ที่สุดแล้วตัวแปรสำคัญของการเดินทางท่องเที่ยวก็คือ “เพื่อนเที่ยว” ถ้ามีเพื่อนผมว่าเราที่ไหนก็ได้ ถึงไหนถึงกันว่าไหมครับ

Continue reading

ท่านอาจารย์ประภา นรพัลลภ อาจารย์ที่รักและเคารพยิ่งของผมกับกลุ่มเพื่อนๆพี่ๆน้องๆของผมอันได้แก่ พี่ตุ้ม นายปุกปุย นายปุ้ม นายเต่า น้องส้มและน้อง..เพื่อนส้ม(ทำไมผมลืมชื่อหว่า) ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากร ค่ายวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2552 ระหว่างวันที่ 22 – 27 เมษายน 2552 ที่ผ่านมาภ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ และค่ายกองบิน 5 อ่าวมะนาว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยกิจกรรมในครั้งนี้มีน้องๆเยาวชนและครูจากจังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส มาเข้าร่วมครับ ค่ายสิ่งแวดล้อมนี้จัดขึ้นติดต่อกันมาหลายปีแล้วล่ะ จุดประสงค์หลักของกิจกรรมนี้ก็เพื่อให้น้องๆได้มาเรียนรู้และทำกิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมร่วมกัน อันจะก่อเกิดจิตสำนึกที่ดีต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ สัตว์น้ำ ชายหาด ป่าไม้ และท้องทะเล และสำคัญที่สุดก็คือได้รู้จักเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นครับ

Continue reading