เมื่อวานหลังกลับมาจากตลาดเย็นในตำบล พวกเราก็ยังคงกินข้าวเย็นต่อ(แล้วอย่างนี้จะไม่ได้อ้วนไหวเร้อ) ในวงข้าวต่างคนก็ต่างพูดคุยกันถึงเรื่องการเดินป่าที่ตอนกลางวัน อ่อ ลืมบอกไปครับว่าเจ้าบอยกับลูกศิษย์ได้เดินทางกลับกรุงเทพฯแล้ว หลังกลับจากเดินป่าเพราะต้องรีบกลับไปสอนในวันจันทร์ครับ

ผม นายปุกปุย พี่ตุ้ม นายปุ้ม นายเต่า นั่งคุยกันจนถึง 4 ทุ่มกว่าๆ ก็เข้านอนเอาแรงกัน พรุ่งนี้ตั้งใจว่าจะไปวัดดวงนั่งดูช้างป่ากันอีกรอบ เผื่อจะเจอ

ZZZZZZZZZZZZZZZZZZZZzz

ตอนเช้าหลังรับประทานอาหาร มีเรื่องให้ต้องตื่นเต้นอีกแล้วครับท่าน อาจารย์ชลธรเดินมาบอกพวกเราว่าให้ช่วยกันไปตามหาช้างป่าหน่อย ฟังไม่ผิดครับ ตามหาช้างป่า อาจารย์บอกว่าได้รับแจ้งจากส่วนกลางมาว่าอาจมีช้างป่วยและอาจจะล้มไปแล้วก็เป็นได้ พวกเราก็เลยนั่งรถกระบะของอุทยานฯบึ่งเข้าไปที่จุดที่คาดว่าจะเป็นที่เกิดเหตุบริเวณไรสัปรดของชาวบ้าน ซึ่งอยู่ไกลจากตัวอุทยานฯหลายกิโล

25102006(002)

Continue reading

หลังจากพักผ่อนกันสาแก่ใจ พวกเราก็ออกเดินทางกลับสู่ที่ทำการอุทยานฯ ลุงใจถามพวกเราว่าอยากกลับทางเดิมที่มาหรือว่าอยากจะกลับทางใหม่ พวกเราก็ใจตรงกันครับว่าน่าจะไปทางใหม่ เพราะมาทั้งทีก็น่าจะได้เห็นอะไรใหม่ๆหลายๆอย่าง จริงไหมครับ

ทว่าทางใหม่ที่ลุงใจแกบอกคือการเดินลุยน้ำครับ

แกบอกว่าการเดินกลับตามทางธารน้ำจะใกล้กว่าทางเดิมที่เราเข้ามาอยู่ประมาณเกือบครึ่งแต่อาจจะเดินลำบากหน่อย ระหว่างทางแกบอกว่าเราน่าจะเก็บผักไปกินด้วย ซึ่งผักที่ลุงใจแนะนำให้เก็บไปกินก็คือ ผักกูด นั่งเองครับ

ตั้งแต่ผมหัดเดินป่าผมก็รู้จักผักกูดแล้ว ผักกูดเป็นพีชตระกูลเฟิร์นเอาไปทำอาหารได้หลายอย่างทั้งผัดทั้งแกง อันนี้ผมขอแนะนำเลยครับ

แป๊บเดียวพวกเราก็ได้มาคนละกำใหญ่ๆ มื้อเย็นคงอิ่มแปร้กันเป็นแถวๆ 🙂

24102006(108)

Continue reading

ระหว่างทางเดินป่่า ลุงใจชี้ให้เราดูรอยตีนของสัตว์กินเนื้อชนิดหนึ่ง รอยตีนใหญ่กว่าแมวแต่ไม่ใหญ่มาก พิจารณาอยู่นานก็คาดเดาได้ว่าน่าจะเป็นรอย เสือปลา พอเดินไปอีกหน่อยก็เจอมูลของมัน ทีนี้ก็ฟันธงได้เลยว่าเสือปลาแน่ๆ เสือปลา เป็นสัตว์ตระกูลแมวป่่า ขนาดตัวใหญ่กว่าแมวแต่ไม่ใหญ่เท่าเสือ สถานะตอนนี้ใกล้สูญพันธุ์ครับ พวกมันคงหากินใกล้แหล่งน้ำแถบๆนี้ ปกติเรามักจะไม่ค่อยได้เจอตัวมันง่ายๆครับ

24102006(083)

Continue reading

เมื่อEntryที่แล้ว หลังจากที่พวกเรานั่งรอช้างป่่าอยู่นานกว่า 3- 4 ชั่วโมง รอจนเย็นอีกเช่นเคย ก็ไม่พบว่ามีสิ่งใดปรากฏให้เห็นนอกเสียจากนกกระยางสองสามตัวที่บินอยู่ไปมา ที่สุดก็ต้องออกจากที่แอ่งน้ำกลับไปตั้งหลักที่อุทยานฯอีกครั้งครับ ตอนเย็นของวันนั้นพวกเราก็ปรึกษากันว่าพรุ่งนี้จะออกเดินป่่ากัน และทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนครับ

zzzzzzzzzzzzzzzzzz

รุ่งเช้าวันต่อมา หลังจากรับประทานอาหารเช้ากันเสร็จ ทุกคนพร้อมแล้วสำหรับเส้นทางเดินป่่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี

อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ขึ้นชื่อรือชาเรื่องเส้นทางเดินป่่าที่สมบรูณ์สุดๆและยังสดเอามากๆ นักเดินป่่าจากทั่วทุกสารทิศมุ่งหน้ามาที่นี่เพียงเพราะต้องการเดินป่่าครับ

เส้นทางการเดินป่่าของพวกเรา เป็นเส้นทางเดินระยะที่ไม่ไกลมาก เนื่องจากมีเวลาน้อยภ จึงไม่ได้เดินเส้นทางแบบเต็มๆ(ปกติจะต้องใช้เวลาทั้งวัน) และแม้เส้นทางจะไม่ไกลมากแต่เราก็จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ที่ชำนาญเส้นทางออกนำไปครับ ทางอุทยานฯไม่อนุญาตให้ไปกันเองเพราะเกรงว่าจะหลงป่่า ทางเจ้าหน้าที่ยังแซวด้วยนะครับเผลอๆ หลงไปพม่าล่ะก็ยุ่งเลย ฮา

Continue reading

เช้าของวันนี้ หลังทานกาแฟและก่อนอาหารเช้า ผมและเพื่อนๆก็เดินดูนกและสำรวจบริเวณรอบๆอ่างเก็บน้ำอีกครั้ง ที่เห็นในรูปคือจุดที่มีการส่งถ่ายน้ำไปยังคลองชลประทานเข้าสู่ตัวเมืองครับ เห็นอย่างนี้แล้วผมก็นึกถึงภาคอิสาน ถ้าน้ำท่าดีอย่างนี้ชาวบ้านก็คงจะมีอาชีพเกษตรกรรมที่ดีกว่าปัจจุบันครับ

23102006(001)

Continue reading

ทริปนี้ผมได้วันลาพักร้อนมาสองวันบวกกับวันเสาร์อาทิตย์ก็เป็นสี่วันพอดิบพอดีไม่ขาดไม่เกินครับ พี่ตุ้ม นายปุ้ม และเจ้าเต่าบอกว่าจะไปรออยู่ที่ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ต้องไปรอผมที่นั่นก็เพราะสองคนนี้เค้าได้รับเชิญเป็นวิทยากรให้กับคณะนักเรียนที่มาทำค่ายสิ่งแวดล้อมที่กุยบุรีก่อนหน้าพวกผมจะไปถึงครับ

การเดินทางไปกุยบุรีครั้งนี้ ผมต้องขอขอบคุณนายบอยที่จัดสรรปันส่วนพื้นที่บนรถกระบะให้นั่ง ทำให้น้องๆหนุ่มๆที่มากับบอยต้องไปนั่งท้ายกระบะโดยปริยาย ก็ต้องขอขอบคุณเด็กๆกลุ่มนี้ด้วยเช่นกันครับ ที่เอื้อเฟื้อที่ให้กับคนชราในเข้าไปนั่งในส่วนทีมีหลังคา แต่พวกเค้ากลับต้องไปนั่งตากแดดตากลมตามฝนที่กระบะแทน ขอบคุณจริงๆครับ

ทีคนในคณะที่ผมต้องเชิญไปด้วยแทบจะทุกครั้งก็คือ นายปุกปุย ครับ หลายEntryในบล็อกที่ผมเขียน มักจะต้องมีนายคนนี้อยู่เป็นประจำ นี่ถ้าบล็อกผมมีแจกรางวัลออสก้า เค้าคงได้เป็นน่าจะเป็นเตงจ๋าที่จะได้รับรางวัลครับ ฮา

และแล้วพวกเรามาถึงอุทยานฯ ใช้เวลาตั้งแต่เก้าโมงเช้าไปจนเกือบถึงบ่ายสามโมง เมื่อไปถึงก็ยังไม่เจอพวกพี่ตุ้ม เพราะเข้าไปเดินป่่ายังไม่กลับ

21102006(001)

Continue reading

หลังจากไหว้พระที่วัดอรุณเสร็จพวกเราก็ข้ามมายังฝั่งพระนครตรงปากคลองตลาด ซึ่งก็จะไปโผล่ตรงพิพิธภัณฑ์สยามเกือบจะพอดี ผมก็เลยเก็บภาพไว้ซะหนึ่งภาพ เป็นมุมที่ใครๆก็มักจะถ่ายกัน

40_IMG_2293

ใกล้ๆพิพิธภัณฑ์สยามด้านข้างตรงข้ามถนน มีสิ่งปลูดสร้างอยู่อย่างหนึ่งที่ดูสวยงามแปลกตาดี คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นหอนาฬิการึป่าวผมไม่แน่ใจ เหมือนสถาปัตยกรรมทางภาคเหนือ ท่านใดทราบก็รบกวนมาโพสต์บอกด้วยนะครับ

Continue reading

กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา(หลายเดือน) กลุ่มเพื่อนเก่าที่รักกันมากเฉกเช่นพี่น้องท้องเดียวกันมีนัดสำคัญที่ต้องไปไหว้พระรอบเกาะรัตนโกสินทร์ครับ ทริปนี้ก็ประกอบไปด้วย พี่ตุ้มเม้ง นายตุ๊ดตู๋ นายปุกปุย(แซ่นุ่น)และเพื่อนตุ๊ดตู๋อีกคนครับ

ไว้พระรอบเกาะรัตนโกสินทร์

ผมเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินMRTAจากแยกรัชดา-ลาดพร้าว มาโผล่ที่หัวลำโพงซึ่งเป็นอู่รถไฟแบบดีเซลราง ตอนนี้ผมเรทไปแล้วกว่า 10 นาที และจากนี้ไปที่นัดหมายตรงสนามหลวงผมคงต้องต่อรถTaxiแล้วล่ะ ไม่งั้นนายตุ๊ดตู๋และนายปุกปุยคงเย้ยผมอีกตามเคย(ผมมีประวัติคดีมาสายบ่อยๆ)

Continue reading

วันนี้ผมได้มีโอกาสไปทำธุระที่จังหวัดแห่งหนึ่งของภาคกลางตอนบน นั่นก็คือ จังหวัดอุทัยธานี

สิ่งแรกที่ผมประทับใจเกิดขึ้นก่อนเข้าถึงตัวเมืองครับ ผมรู้สึกว่าคนที่จะเข้ามาจังหวัดนี้ต้องตั้งใจที่จะมาจริงๆ เนื่องจากตัวเมืองอุทัยธานีไม่ได้อยู่ใกล้เส้นทางหลัก คือเราต้องเลี้ยวซ้ายจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 มายังทางหลวงหมายเลข 333 และวิ่งตรงมาอีกไม่น้อยกว่า 12 กิโลเมตร จึงจะเข้าอำเภอเมืองครับ แต่บนเส้นทาง12 กิโลเมตรก่อนถึงตัวเมืองนั้นถนนหนทางสุดจะกว้างขวางและคุณสามารถทำเวลาได้จนคุณลืมเรื่องของระยะทางไปเลยล่ะ (แต่อย่าขับเร็วมากล่ะ อันตราย)

IMG_8049

Continue reading

IMG_3073

ถ้ามีโอกาสผมมักจะไปเที่ยวที่ ท้องฟ้าจำลอง กรุงเทพฯ ครับ เพื่อไปดูดาวตอนกลางวันแสกๆ

ที่นี่มีเครื่องฉายดาวในห้องโดมขนาดใหญ่ และยังมีวิทยากรคอยบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับดวงดาวและดาราศาตร์ให้เราได้ฟังอย่างน่าสนใจครับ

Continue reading