ขอขอบคุณ www.earthhour.org ที่เป็นต้นคิดโครงการนี้ภ ในยุคนี้ยุคของเทคโนโลยีนำพาชีวิต ถ้าลองไม่ใช้ไฟสัก 60 นาทีจะกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่แค่ไหน สำหรับผมคงจะไม่เท่าไร แต่กับคนอื่นอาจจะเป็นเรื่องสำคัญก็ได้ ไม่งั้นโรงพยาบาลเค้าจะมีเครื่องปั่นไฟสำรองไว้ทำไม ว่าป่ะ 🙂

ปีที่แล้วผมก็ร่วมกิจกรรมแต่ก็ยังคงใช้พลังงานอยู่ดี คือ ต้องเสียบตู้เย็น ต้องจุดเทียน ปีนี้กะจะไม่จุดเทียนเสียบแต่ตู้เย็นอย่างเดียว (อ่ะๆ แล้วมันจะต่างกันมากไหมล่ะเหนี่ย)

ก็อยากจะชวนเพื่อนๆมาร่วมกันปิดไฟสัก 60 นาทีนะครับ ได้เท่าที่ทำได้ครับ ถ้าจำเป็นต้องเปิดก็ต้องเปิดครับ ถ้าดูแล้วได้ไม่คุ้มเสีย ก็อย่าฝืนนะครับ

60 นาทีเพื่อโลก

พี่กูเกิ้ลเค้าก็ร่วมรณรงค์เหมือนกันนะครับ http://blackgle.blogspot.com/ภ สุดยอดมากเลย ที่Googleเค้าทำได้เยี่ยงไรนี่ ถ้าใครเข้าgoogleในช่วง 20.00-21.00 น. ก็อย่าตกใจล่ะ ว่าเอะไมหน้าจอเราดำๆ

Continue reading

ฝนหยุดตกชั่วคราวตอนเพลพอดี คณะธรรมยาตรามาหยุดตรงใจกลางตำบลแห่งหนึ่ง(จำชื่อตำบลไม่ได้อีกแล้ว) ดูเหมือนว่าชาวบ้านที่นี่เค้าจะเตรียมการต้อนรับไว้แล้วทั้งสถานที่และก็อาหาร ผู้คนในเมืองเล็กๆแห่งนี้น่าจะถูกล่อเลี้ยงด้วยการทำกสิกรรม เพราะรอบข้างมีแต่มันสัมปะหลังกับอ้อย

มีคนในคณะธรรมยาตราบอกว่า นี้คือ เกษตรกรรมตาเดียว คือปลูกอะไรได้เงินก็จะปลูกกันไปอย่างนั้น จนกระทั่งดินเสื่อมสภาพ จากผลผลิตที่เค้าเคยได้ วันข้างหน้ามันก็จะลดน้อยลงไปเรื่อยๆภ ผมคิดว่าที่เค้าพูดก็ฟังดูมีเหตุมีผล เค้ามองเห็นปัญหา เจ้าของไร่แถบนี้ก็น่าจะทราบปัญหาแบบนี้ดี แต่ก็ยังไม่เห็นมีอะไรมาหยุดยั้งการวิ่งของระบบทุนนิยมได้ภ ก็คงจะต้องรอให้บ้านเราเป็นทะเลทราย นั่นแหละถึงจะสำนึก

Continue reading

วันนี้เป็นวันที่ 5 ของกิจกรรมเดินธรรมยาตรา ซึ่งก็มาได้กว่าครึ่งค่อนทางแล้วล่ะครับ สำหรับผม วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะอยู่ร่วมกิจกรรมกับพวกเพื่อนๆ เพราะผมลางานมาได้เพียง 4 วันครับ เกรงใจเจ้านาย(ลาหลายวันเดี๋ยวจะใช้คอมฯไม่เป็น) อีกอย่างที่สำคัญก็คือผมจำเป็นต้องกลับไปปฏิบัติงานทำมาหาเลี้ยงชีพ เหมือนกับมนุษย์ในสังคมส่วนใหญ่ที่ต้องก้มหน้าก้มตามต่อสู้เพื่อปากท้อง

Entryนี้ผมไม่มีรูปประกอบ เพราะรูปหายหมดเลย เด๋วจะไปขอนายเต่านายปุยมาใส่ให้ทีหลังนะครับ

เช้านี้กิจกรรมก็ปฏิบัติกันเหมือนทุกวัน หลวงพ่อท่านเทศนาและสั่งสอนให้มีจิดสำนึก วันนี้ผมตั้งใจฟังเป็นพิเศษเพราะเป็นวันสุดท้าย ปีหน้าถึงจะได้มาร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆอีก

Continue reading

เก้านาฬิกา จันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2551

คำปฏิญาณตน

นั่นเป็นคำปฏิญาณที่ชาวคณะธรรมยาตราทุกคนจะกล่าวพร้อมกันทุกครั้งก่อนออกเดินทาง ในวันที่3ของการเดินธรรมยาตรา ลุ่มน้ำลำปะทาวพวกเราต้องเดินผ่านชุมชนขนาดใหญ่(เข้าใจว่าเป็นตำบลเพราะมีบ้านอยู่หนาแน่นพอสมควรครับ) วันนี้ที่ชุมชนแห่งนี้มีการแข่งขันกีฬา ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงไปมะรุมมะตุ้มกันอยู่ที่สนามกีฬาโรงเรียนครับ และโรงเรียนดังกล่าวก็เป็นเส้นทางผ่านของคณะธรรมยาตราพอดีภ ในระหว่างที่คณะธรรมยาตราเดินผ่านทีมงานที่ประชาสัมพันธ์โครงการธรรมยาตราก็จะประกาศผ่านลำโพงให้ชาวบ้านทราบครับว่าเราคือใครมาทำอะไร ทุกคนดูไม่ค่อยใส่ใจเท่าที่ควรเพราะใจจดใจจ่ออยู่กับการแข่งขั้นเสียมากกว่า

Continue reading

ตีสี่ จันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2551

เมื่อคืนผมนอนหลับได้ด้วยดี ก็ห่างหายจากการนอนถุงนอนที่ไม่มีอะไรรองหลังมานานพอสมควรภ หลังของผมเมื่อต้องกดทับกับพื้นกระดานแข็งๆของศาลาวัดเป็นเวลานานๆก็ทำเอาปวดเมื่อยไปได้เหมือนกันครับ แต่คงเพราะอาการอ่อนเพลียจากการเดินทางไกล การนอนหลับเมื่อคืนที่ผ่านมาจึงไม่มีปัญหาอะไรมาก โดยปกติการนอนอยู่ท่ามกลางคนหมู่มากที่เราไม่คุ้นเคยอาจเป็นอุปสรรคที่ทำให้บางคนนอนไม่หลับ แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคของผมครับภ อุปสรรคของผมคือเสียงกรนของ พี่ตุ้มเม้ง พี่ตู้ และเพื่อนปุกปุ้ย (หรือผมด้วยหว่า) เรียกได้ว่าถ้าใครมานอนใกล้ๆพี่ๆพวกนี้ก็คงต้องทำใจครับ เพราะท่านเปล่งเสียงรถไฟ เรือกลไฟ และเครื่องบินโบอิ้งส่งเสียงคำรามแข่งกันทั้งคืน โชคดีผมรู้ทันจึงชิงหลับไปก่อน ส่วนเพื่อนๆธรรมยาตราท่านอื่นที่ไม่เคยเจอสถานะการณ์อย่างนี้มาก่อน กระผมคงต้องกราบขออภัยมา ณ. ที่นี้ด้วยนะขอรับภ เหอๆ

เช้ามืดวันนี้พี่ตุ้มตื่นขึ้นมาคนแรก และผมก็เป็นคนที่สอง เพื่อนๆในคณะธรรมยาตราก็เริ่มทยอยตื่นกันบ้างแล้วครับ หลายคนเริ่มทำกิจธุระส่วนตัวกัน แต่เนื่องจากวัดหัวฝาย(จำชื่อวัดได้ล๊ะ)แห่งนี้มีห้องน้ำอยู่เพียง 2 ห้อง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีคนมายืนรอใช้บริการ ผมจึงต้องถอยห่างไว้รอไปใช้บริการตอนที่คณะธรรมยาตราเค้าทำวัดเช้ากันท่าจะดีกว่าครับ

Continue reading

บ่ายสองโมงครึ่ง อาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2551

ยอมรับอีกครั้งครับว่าผมไม่ได้เตรียมการมาก่อนว่าจะต้องเก็บข้อมูลและรายละเอียดการเดินธรรมยาตราครั้งนี้ทั้งหมดเพื่อมาเขียนบทความในบล็อคแห่งนี้ เพราะเพิ่งนึกอยากจะมีบล็อคก็หลังจากกลับมาถึงกรุงเทพแล้วครับ ดังนั้นผมจึงจำไม่ได้ว่าสถานที่ในแต่ละแห่งที่ผมผ่านหรือพักคืออะไรหรือที่ไหนบ้าง และปลายทางของวันนี้ก็เช่นกันครับ

02112008039.jpg

02112008040.jpg

Continue reading

เก้านาฬิกากว่าๆ อาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2551

ทุกคนพร้อมแล้วสำหรับการเดินธรรมยาตราในวันที่สอง เป้าหมายแรกคือเราต้องเดินให้ถึงวัดในหมู่บ้านแห่งหนึ่งก่อนเพลครับ ก่อนที่จะออกเดินเท้าพระและทีมงานธรรมยาตราได้ออกมานำสวดให้ศิลให้พรแก่ผู้ร่วมการเดินธรรมยาตราตามปกติเหมือนเช่นทุกครั้งครับ และทันทีที่คณะเริ่มเดินพระท่านก็จะตีกลองให้จังหวะไปด้วยในตัว ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ร่วมเดินมีสมาธิและตั้งสติอยู่กับการเดินนั่นเองครับ

02112008016.jpg

02112008020.jpg

Continue reading

ตีสี่ อาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2551

วันนี้เป็นวันที่สองของกิจกรรมเดินธรรมยาตรา พวกเราตื่นพร้อมพระท่านตั้งแต่ตีสี่กว่าๆ โดยปกติทุกวันพระกับนักปฏิบัติธรรมในวัดจะมาทำวัดกันตั้งแต่เช้ามืด ซึ่งศาลาที่พวกผมนอนกันอยู่ก็คือสถานที่ที่พวกเค้าจะมาทำวัดกันครับ(ไม่ได้ว่าพระท่านมากวนเวลานอนพวกเรานะครับ อย่าเข้าใจผิด ฮ่ะๆ) ลืมบอกไปว่าเมื่อคืนเราจำเป็นต้องกลับมานอนที่วัดป่าสุคะโตอีกครั้งครับ เนื่องจากความไม่พร้อมหลายๆประการ อากาศทั้งตอนกลางคืนและตอนกลางวันของของวัดป่าสุคะโตดีมากครับ ไม่รู้ผมคิดไปเองรึป่าวนะว่าอากาศดีๆช่วยรักษาโรคได้ เพราะก่อนที่จะมาปฏิบัติธรรมที่นี่ผมมีอาการป่วยเป็นไข้บวกกับต่อมทอมซิลอักเสบติดมาด้วย กลัวๆอยู่เหมือนกันว่าถ้าเกิดกำเริบขึ้นมาระหว่างที่กำลังร่วมกิจกรรมละก็แย่เลย แต่พอมาอยู่ที่ต่างจังหวัดได้สองวันอาการป่วยดังกล่าวก็หายเป็นปลิดทิ้งเลยล่ะครับ งงเหมือนกันครับ

02112008001.jpg

Continue reading

สิบนาฬิกาสามสิบนาที เสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2551

ผมตื่นขึ้นมาก่อนเพลสามสิบนาที พี่ตู้กับน้องส้มเดินมาปลุกให้เดินทางไปรวมกับคณะที่วัดแห่งหนึ่ง(ผมจำชื่อไม่ได้) วัดที่ว่านี้อยู่ในเส้นทางที่คณะธรรมยาตราต้องผ่าน ดั้งนั้นทางทีมงานผู้อำนวยความสะดวกโครงการธรรมยาตราจึงใช้เป็นที่พักรับประทานอาหารก่อนเดินทางต่อไปยังที่หมายปลายทางของวันนี้ครับ

01112008041.jpg

เมื่อไปถึงที่วัดผมก็เจอกับผู้คนมากมาย หลายวัย หลายเชื้อชาติ(มีชาวต่างชาติมาปฏิบัติธรรมด้วย ทั้งฝรั่งและอินเดีย) ทั้งด้านบนและด้านล่างของศาลาวัด และผมก็เหลือบไปเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังมุงดูอะไรอย่างที่ด้านล่างของศาลาวัด เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆก็แปลกใจ เพราะคนกลุ่มนั้นกำลังทำการเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองกันอยู่ มาทราบภายหลังว่าคณะธรรมยาตราจะนำเสื้อผ้าที่ได้รับบริจาคมาขายให้กลับชาวบ้านในราคาถูกมาก ราคาตัวละ 5-10บาทครับ หรือหากชาวบ้านต้องการจะให้เยอะกว่านั้นก็ได้แล้วแต่จิตศรัทธา เพราะเงินที่ได้มาก็จะบริจาคให้กับวัดทั้งหมด(หมายถึงวัดที่แวะเข้ามาพักครับ) นอกจากเสื้อผ้าแล้วก็ยังมีของเล่นเด็กอีกด้วย งานนี้เด็กๆแถวนั้นยิ้มกันทุกคน เพราะของเล่นราคาถูกเอามากๆ จนเกือบเรียกว่าแจกฟรี

Continue reading

สองทุ่มของ วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2551 วันออกเดินทาง

ก่อนหน้านั้นสี่ห้าวันนายปุกปุยเพื่อนผมเค้าโทรมาชวนไปทำบุญเดินธรรมยาตรากับพระที่จังหวัดชัยภูมิ ผมก็ตกปากรับคำไปโดยที่ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดแต่เพียงว่าอยากไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนๆบ้าง เพราะไม่ได้ไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนที่เหนียวแน่นกลุ่มนี้นานแล้ว ก็ไม่ทราบด้วยซ้ำครับว่าเดินธรรมยาตราที่นายปุยเค้าพูดถึงต้องทำอะไรบ้าง เดาเอาเองว่าน่าจะเหมือนกับเป็นการเดินธุดงค์ตามพระท่านไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึงจุดหมาย ซึ่งก็ถูกเพียงส่วนเดียวครับ เพราะความหมายลึกซึ้งของการเดิมธรรมยาตราที่ผมกำลังจะไปร่วมด้วยนี้มีความหมายที่สมบรูณ์กว่าที่ผมเข้าใจอยู่มาก

โครงการธรรมยาตราลุ่มน้ำลำปะทาว หลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ เจ้าอาวาสท่านเดิมเป็นผู้ริเริ่มและท่านยังเป็นประธานโครงการธรรมยาตราลุ่มน้ำลำปะทาว วัดป่าสุคะโต บ้านใหม่ไทยเจริญ ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิภ ปีนี้ธรรมยาตราก็ล่วงมาเป็นครั้งที่ 9 แล้วครับ คณะจะต้องเดินเท้ากันสิบวันระยะทางกว่า 83 กิโลเมตร กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-9 พฤศจิกายน 2551 จุดประสงค์ก็เพื่อนำธรรมมาประยุกต์ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เชื่อมการปฏิบัติธรรมผสมผสานเข้ากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภ เปิดโอกาสให้ชุมชนสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ภายใต้แนวคิดสิ่งแวดล้อมดีได้ด้วยตัวเรา เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนลุ่มน้ำลำประทาว นำไปสู่แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาที่ยั่งยืน โดยความร่วมมือทั้งภาครัฐและภาคเอกชนและประชนทั้งลุ่มน้ำ

Continue reading