นี่เป็นการทำบุญที่เพื่อนๆ สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่คลิกเราก็ได้บุญกันแล้วล่ะครับ

คลิกที่นี่ภ http://sookjai.kapook.com

เงินที่ได้จากการคลิก ทางทีมงานจะนำไปช่วยเหลือสังคมดังนี้

1.ช่วยเหลือเด็กและผู้ติดเอดส์

วัดพระบาทน้ำพุ “ช่วยเหลือเด็ก และผู้ป่วยติดเชื้อเอดส์”

จะ มีใครสนใจบ้างหรือไม่ ทุกวันนี้สถานการณ์ในวัดพระบาทน้ำพุเป็นอย่างไร ผู้ป่วยยิ่งทวีจำนวน ชีวิตความเป็นอยู่ของคนเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร ข้าวของเครื่องใช้ในการดูแลผู้ป่วย ได้มาจากไหน
“ทุกวันนี้หลวงพ่อต้องรับผิดชอบดูแลคนในวัด ไม่ต่ำกว่า 1,000 ชีวิต ทุกเดือนท่านมีภาระต้องหาเงิน ไม่ต่ำกว่า 3,500,000 บาท หรือเฉลี่ยวันละ 116,000 กว่าบาท มาใช้จ่ายในวัด”

Continue reading

ขอขอบคุณ www.earthhour.org ที่เป็นต้นคิดโครงการนี้ภ ในยุคนี้ยุคของเทคโนโลยีนำพาชีวิต ถ้าลองไม่ใช้ไฟสัก 60 นาทีจะกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่แค่ไหน สำหรับผมคงจะไม่เท่าไร แต่กับคนอื่นอาจจะเป็นเรื่องสำคัญก็ได้ ไม่งั้นโรงพยาบาลเค้าจะมีเครื่องปั่นไฟสำรองไว้ทำไม ว่าป่ะ 🙂

ปีที่แล้วผมก็ร่วมกิจกรรมแต่ก็ยังคงใช้พลังงานอยู่ดี คือ ต้องเสียบตู้เย็น ต้องจุดเทียน ปีนี้กะจะไม่จุดเทียนเสียบแต่ตู้เย็นอย่างเดียว (อ่ะๆ แล้วมันจะต่างกันมากไหมล่ะเหนี่ย)

ก็อยากจะชวนเพื่อนๆมาร่วมกันปิดไฟสัก 60 นาทีนะครับ ได้เท่าที่ทำได้ครับ ถ้าจำเป็นต้องเปิดก็ต้องเปิดครับ ถ้าดูแล้วได้ไม่คุ้มเสีย ก็อย่าฝืนนะครับ

60 นาทีเพื่อโลก

พี่กูเกิ้ลเค้าก็ร่วมรณรงค์เหมือนกันนะครับ http://blackgle.blogspot.com/ภ สุดยอดมากเลย ที่Googleเค้าทำได้เยี่ยงไรนี่ ถ้าใครเข้าgoogleในช่วง 20.00-21.00 น. ก็อย่าตกใจล่ะ ว่าเอะไมหน้าจอเราดำๆ

Continue reading

ฝนหยุดตกชั่วคราวตอนเพลพอดี คณะธรรมยาตรามาหยุดตรงใจกลางตำบลแห่งหนึ่ง(จำชื่อตำบลไม่ได้อีกแล้ว) ดูเหมือนว่าชาวบ้านที่นี่เค้าจะเตรียมการต้อนรับไว้แล้วทั้งสถานที่และก็อาหาร ผู้คนในเมืองเล็กๆแห่งนี้น่าจะถูกล่อเลี้ยงด้วยการทำกสิกรรม เพราะรอบข้างมีแต่มันสัมปะหลังกับอ้อย

มีคนในคณะธรรมยาตราบอกว่า นี้คือ เกษตรกรรมตาเดียว คือปลูกอะไรได้เงินก็จะปลูกกันไปอย่างนั้น จนกระทั่งดินเสื่อมสภาพ จากผลผลิตที่เค้าเคยได้ วันข้างหน้ามันก็จะลดน้อยลงไปเรื่อยๆภ ผมคิดว่าที่เค้าพูดก็ฟังดูมีเหตุมีผล เค้ามองเห็นปัญหา เจ้าของไร่แถบนี้ก็น่าจะทราบปัญหาแบบนี้ดี แต่ก็ยังไม่เห็นมีอะไรมาหยุดยั้งการวิ่งของระบบทุนนิยมได้ภ ก็คงจะต้องรอให้บ้านเราเป็นทะเลทราย นั่นแหละถึงจะสำนึก

Continue reading

วันนี้เป็นวันที่ 5 ของกิจกรรมเดินธรรมยาตรา ซึ่งก็มาได้กว่าครึ่งค่อนทางแล้วล่ะครับ สำหรับผม วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะอยู่ร่วมกิจกรรมกับพวกเพื่อนๆ เพราะผมลางานมาได้เพียง 4 วันครับ เกรงใจเจ้านาย(ลาหลายวันเดี๋ยวจะใช้คอมฯไม่เป็น) อีกอย่างที่สำคัญก็คือผมจำเป็นต้องกลับไปปฏิบัติงานทำมาหาเลี้ยงชีพ เหมือนกับมนุษย์ในสังคมส่วนใหญ่ที่ต้องก้มหน้าก้มตามต่อสู้เพื่อปากท้อง

Entryนี้ผมไม่มีรูปประกอบ เพราะรูปหายหมดเลย เด๋วจะไปขอนายเต่านายปุยมาใส่ให้ทีหลังนะครับ

เช้านี้กิจกรรมก็ปฏิบัติกันเหมือนทุกวัน หลวงพ่อท่านเทศนาและสั่งสอนให้มีจิดสำนึก วันนี้ผมตั้งใจฟังเป็นพิเศษเพราะเป็นวันสุดท้าย ปีหน้าถึงจะได้มาร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆอีก

Continue reading

เก้านาฬิกา จันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2551

คำปฏิญาณตน

นั่นเป็นคำปฏิญาณที่ชาวคณะธรรมยาตราทุกคนจะกล่าวพร้อมกันทุกครั้งก่อนออกเดินทาง ในวันที่3ของการเดินธรรมยาตรา ลุ่มน้ำลำปะทาวพวกเราต้องเดินผ่านชุมชนขนาดใหญ่(เข้าใจว่าเป็นตำบลเพราะมีบ้านอยู่หนาแน่นพอสมควรครับ) วันนี้ที่ชุมชนแห่งนี้มีการแข่งขันกีฬา ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงไปมะรุมมะตุ้มกันอยู่ที่สนามกีฬาโรงเรียนครับ และโรงเรียนดังกล่าวก็เป็นเส้นทางผ่านของคณะธรรมยาตราพอดีภ ในระหว่างที่คณะธรรมยาตราเดินผ่านทีมงานที่ประชาสัมพันธ์โครงการธรรมยาตราก็จะประกาศผ่านลำโพงให้ชาวบ้านทราบครับว่าเราคือใครมาทำอะไร ทุกคนดูไม่ค่อยใส่ใจเท่าที่ควรเพราะใจจดใจจ่ออยู่กับการแข่งขั้นเสียมากกว่า

Continue reading

ตีสี่ จันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2551

เมื่อคืนผมนอนหลับได้ด้วยดี ก็ห่างหายจากการนอนถุงนอนที่ไม่มีอะไรรองหลังมานานพอสมควรภ หลังของผมเมื่อต้องกดทับกับพื้นกระดานแข็งๆของศาลาวัดเป็นเวลานานๆก็ทำเอาปวดเมื่อยไปได้เหมือนกันครับ แต่คงเพราะอาการอ่อนเพลียจากการเดินทางไกล การนอนหลับเมื่อคืนที่ผ่านมาจึงไม่มีปัญหาอะไรมาก โดยปกติการนอนอยู่ท่ามกลางคนหมู่มากที่เราไม่คุ้นเคยอาจเป็นอุปสรรคที่ทำให้บางคนนอนไม่หลับ แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคของผมครับภ อุปสรรคของผมคือเสียงกรนของ พี่ตุ้มเม้ง พี่ตู้ และเพื่อนปุกปุ้ย (หรือผมด้วยหว่า) เรียกได้ว่าถ้าใครมานอนใกล้ๆพี่ๆพวกนี้ก็คงต้องทำใจครับ เพราะท่านเปล่งเสียงรถไฟ เรือกลไฟ และเครื่องบินโบอิ้งส่งเสียงคำรามแข่งกันทั้งคืน โชคดีผมรู้ทันจึงชิงหลับไปก่อน ส่วนเพื่อนๆธรรมยาตราท่านอื่นที่ไม่เคยเจอสถานะการณ์อย่างนี้มาก่อน กระผมคงต้องกราบขออภัยมา ณ. ที่นี้ด้วยนะขอรับภ เหอๆ

เช้ามืดวันนี้พี่ตุ้มตื่นขึ้นมาคนแรก และผมก็เป็นคนที่สอง เพื่อนๆในคณะธรรมยาตราก็เริ่มทยอยตื่นกันบ้างแล้วครับ หลายคนเริ่มทำกิจธุระส่วนตัวกัน แต่เนื่องจากวัดหัวฝาย(จำชื่อวัดได้ล๊ะ)แห่งนี้มีห้องน้ำอยู่เพียง 2 ห้อง ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีคนมายืนรอใช้บริการ ผมจึงต้องถอยห่างไว้รอไปใช้บริการตอนที่คณะธรรมยาตราเค้าทำวัดเช้ากันท่าจะดีกว่าครับ

Continue reading

บ่ายสองโมงครึ่ง อาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2551

ยอมรับอีกครั้งครับว่าผมไม่ได้เตรียมการมาก่อนว่าจะต้องเก็บข้อมูลและรายละเอียดการเดินธรรมยาตราครั้งนี้ทั้งหมดเพื่อมาเขียนบทความในบล็อคแห่งนี้ เพราะเพิ่งนึกอยากจะมีบล็อคก็หลังจากกลับมาถึงกรุงเทพแล้วครับ ดังนั้นผมจึงจำไม่ได้ว่าสถานที่ในแต่ละแห่งที่ผมผ่านหรือพักคืออะไรหรือที่ไหนบ้าง และปลายทางของวันนี้ก็เช่นกันครับ

02112008039.jpg

02112008040.jpg

Continue reading

เก้านาฬิกากว่าๆ อาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2551

ทุกคนพร้อมแล้วสำหรับการเดินธรรมยาตราในวันที่สอง เป้าหมายแรกคือเราต้องเดินให้ถึงวัดในหมู่บ้านแห่งหนึ่งก่อนเพลครับ ก่อนที่จะออกเดินเท้าพระและทีมงานธรรมยาตราได้ออกมานำสวดให้ศิลให้พรแก่ผู้ร่วมการเดินธรรมยาตราตามปกติเหมือนเช่นทุกครั้งครับ และทันทีที่คณะเริ่มเดินพระท่านก็จะตีกลองให้จังหวะไปด้วยในตัว ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ร่วมเดินมีสมาธิและตั้งสติอยู่กับการเดินนั่นเองครับ

02112008016.jpg

02112008020.jpg

Continue reading

ตีสี่ อาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2551

วันนี้เป็นวันที่สองของกิจกรรมเดินธรรมยาตรา พวกเราตื่นพร้อมพระท่านตั้งแต่ตีสี่กว่าๆ โดยปกติทุกวันพระกับนักปฏิบัติธรรมในวัดจะมาทำวัดกันตั้งแต่เช้ามืด ซึ่งศาลาที่พวกผมนอนกันอยู่ก็คือสถานที่ที่พวกเค้าจะมาทำวัดกันครับ(ไม่ได้ว่าพระท่านมากวนเวลานอนพวกเรานะครับ อย่าเข้าใจผิด ฮ่ะๆ) ลืมบอกไปว่าเมื่อคืนเราจำเป็นต้องกลับมานอนที่วัดป่าสุคะโตอีกครั้งครับ เนื่องจากความไม่พร้อมหลายๆประการ อากาศทั้งตอนกลางคืนและตอนกลางวันของของวัดป่าสุคะโตดีมากครับ ไม่รู้ผมคิดไปเองรึป่าวนะว่าอากาศดีๆช่วยรักษาโรคได้ เพราะก่อนที่จะมาปฏิบัติธรรมที่นี่ผมมีอาการป่วยเป็นไข้บวกกับต่อมทอมซิลอักเสบติดมาด้วย กลัวๆอยู่เหมือนกันว่าถ้าเกิดกำเริบขึ้นมาระหว่างที่กำลังร่วมกิจกรรมละก็แย่เลย แต่พอมาอยู่ที่ต่างจังหวัดได้สองวันอาการป่วยดังกล่าวก็หายเป็นปลิดทิ้งเลยล่ะครับ งงเหมือนกันครับ

02112008001.jpg

Continue reading

สิบนาฬิกาสามสิบนาที เสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2551

ผมตื่นขึ้นมาก่อนเพลสามสิบนาที พี่ตู้กับน้องส้มเดินมาปลุกให้เดินทางไปรวมกับคณะที่วัดแห่งหนึ่ง(ผมจำชื่อไม่ได้) วัดที่ว่านี้อยู่ในเส้นทางที่คณะธรรมยาตราต้องผ่าน ดั้งนั้นทางทีมงานผู้อำนวยความสะดวกโครงการธรรมยาตราจึงใช้เป็นที่พักรับประทานอาหารก่อนเดินทางต่อไปยังที่หมายปลายทางของวันนี้ครับ

01112008041.jpg

เมื่อไปถึงที่วัดผมก็เจอกับผู้คนมากมาย หลายวัย หลายเชื้อชาติ(มีชาวต่างชาติมาปฏิบัติธรรมด้วย ทั้งฝรั่งและอินเดีย) ทั้งด้านบนและด้านล่างของศาลาวัด และผมก็เหลือบไปเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังมุงดูอะไรอย่างที่ด้านล่างของศาลาวัด เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆก็แปลกใจ เพราะคนกลุ่มนั้นกำลังทำการเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองกันอยู่ มาทราบภายหลังว่าคณะธรรมยาตราจะนำเสื้อผ้าที่ได้รับบริจาคมาขายให้กลับชาวบ้านในราคาถูกมาก ราคาตัวละ 5-10บาทครับ หรือหากชาวบ้านต้องการจะให้เยอะกว่านั้นก็ได้แล้วแต่จิตศรัทธา เพราะเงินที่ได้มาก็จะบริจาคให้กับวัดทั้งหมด(หมายถึงวัดที่แวะเข้ามาพักครับ) นอกจากเสื้อผ้าแล้วก็ยังมีของเล่นเด็กอีกด้วย งานนี้เด็กๆแถวนั้นยิ้มกันทุกคน เพราะของเล่นราคาถูกเอามากๆ จนเกือบเรียกว่าแจกฟรี

Continue reading