บ่ายสองโมงครึ่ง อาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2551

ยอมรับอีกครั้งครับว่าผมไม่ได้เตรียมการมาก่อนว่าจะต้องเก็บข้อมูลและรายละเอียดการเดินธรรมยาตราครั้งนี้ทั้งหมดเพื่อมาเขียนบทความในบล็อคแห่งนี้ เพราะเพิ่งนึกอยากจะมีบล็อคก็หลังจากกลับมาถึงกรุงเทพแล้วครับ ดังนั้นผมจึงจำไม่ได้ว่าสถานที่ในแต่ละแห่งที่ผมผ่านหรือพักคืออะไรหรือที่ไหนบ้าง และปลายทางของวันนี้ก็เช่นกันครับ

02112008039.jpg

02112008040.jpg

เมื่อคณะธรรมยาตรามาถึงที่วัดปลายทุกคนก็เริ่มที่จะจัดเตรียมพี่พักกันและอาหารกันครับ เอ เหมือนจะได้ยินเสียงน้ำตกดังอยู่ข้างๆวัด ผมเดินไปดูก็ปรากฏว่ามีน้ำตกจริงๆด้วยเป็นน้ำตกที่ไหลมาจากฝายขนาดเล็กในหมู่บ้านนั้นเองครับ น้ำไหลแรงพอประมาณน่าเล่นมากภ แต่เดี๋ยวก่อนครับตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ไว้ตอนดึกๆค่อยมาแอบเล่นดีกว่าอายพุงกระทิน่ะครับภ ผมได้นัดหมายพี่ตุ้มกับปุกปุยไว้แล้วล่ะครับว่าคืนนี้เราจะมาอาบน้ำที่นี่กัน แต่ก่อนหน้านั้นพี่ตู้บอกว่าพวกเราต้องขับรถกระบะไปขนเอากับข้าวสำหรับคณะธรรมยาตราที่วัดป่าสุคะโตกันก่อน แม่ครัวที่โน่นได้จัดเตรียมเอาไว้บางส่วนแล้ว ว่าแล้วเราก็ขนสมัครพรรคพวกกันไปสี่ห้าคนและก็บึ่งไปวัดป่าสุคะโตโดยทันที

02112008042.jpg

02112008043.jpg

การขนหม้อที่มีแกงจืดมากับรถกระบะไม่ใช่เรื่องง่าย ต่อให้ปิดฝาหม้ออย่างไรมันก็กระเซ็นครับ ปุยบอกว่าถ้าแกงเต็มหม้อยิ่งจะควบคุมลำบาก เดชะบุญระดับของน้ำแกงเลยกึ่งกลางของหม้อมาหน่อยเดียว ทว่าสถานะการณ์ก็ไม่ได้ดีอย่างที่ผมหวังไว้ เพราะพี่ตู้สารถีของเรา ดันสวมวิญญานนักขับรถแรลปารีส-ลี่ดั๊กก้า ฝ่าถนนลูกรังที่มีหลุมเล็กหลุมใหญ่มากมาย น้ำแกงจืดรสอร่อยก็เลยกระจายใส่กางเกง(ที่ผมตั้งใจจะใส่ซักสามวัน)ซะเต็มเหนี่ยว เหนียวเหนอะทรมานมาก ขอบอก

ท้ายที่สุดพวกเราก็สามารถรักษาน้ำแกงจืดให้อยู่ในปริมาณที่เพียงพอแก่คณะได้สำเร็จภ แต่ผมกลับต้องรีบลงไปแช่น้ำตกจนน้องๆในคณะธรรมยาตราอดสงสัยไม่ได้ว่าผมไปอึใส่กางเกงที่ไหนมารึป่าว แช่อยู่นานพอควรครับ ตั้งใจว่าจะแช่เอาแค่หายเหม็น ไว้ดึกๆค่อยมาเล่นน้ำตกแบบจริงๆจังๆอีกรอบ

หลังจาก ผม พี่ตุ้มและเจ้าปุกปุยอาบน้ำตกกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็ขึ้นไปทำวัดเย็นกับคณะธรรมยาตราตามปกติครับ จุดเด่นของกิจกรรมในคืนนี้อยู่ที่การนำเสนอวัฒนธรรมการแสดงหมอรำแบบดั้งเดิมของหมอรำชั้นครูประจำตำบลครับ พวกท่านเป็นศิลปินรุ่นปู่ที่ยังคงถ่ายทอดศิลปะของบรรพบุรุษแก่คนรุ่นหลังในพื้นที่แถบนั้นอยู่จนถึงทุกวันนี้ และเป็นที่เคารพของคนท้องถิ่นอย่างมากด้วยครับ

02112008047.jpg

02112008049.jpg

เสียงขับร้องของหมอรำแบบดั้งเดิมทำให้ผมรู้สึกดีแปลกๆ เหมือนเข้าถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่ต้องปรับตัวและอยู่ร่วมกับธรรมชาติ อยู่กันอย่างพอเพียงไม่กระเสือกกระสนรีบเร่งเหมือนกับคนเมืองอย่างเราๆภ สองวันที่ผ่านมาเหมือนผมจะสลัดความยุ่งยากของการงานที่ติดมาจากในเมืองไปซะครึ่งนึงแล้วล่ะครับ หลับดีกว่า ไว้พรุ่งนี้มาเขียนเล่าให้ฟังต่อครับ

Comments

comments

One thought on “เดินธรรมยาตราลุ่มน้ำลำปะทาว ครั้งที่ 9 ตอนที่ 5

Comments are closed.