เก้านาฬิกากว่าๆ อาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2551

ทุกคนพร้อมแล้วสำหรับการเดินธรรมยาตราในวันที่สอง เป้าหมายแรกคือเราต้องเดินให้ถึงวัดในหมู่บ้านแห่งหนึ่งก่อนเพลครับ ก่อนที่จะออกเดินเท้าพระและทีมงานธรรมยาตราได้ออกมานำสวดให้ศิลให้พรแก่ผู้ร่วมการเดินธรรมยาตราตามปกติเหมือนเช่นทุกครั้งครับ และทันทีที่คณะเริ่มเดินพระท่านก็จะตีกลองให้จังหวะไปด้วยในตัว ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ร่วมเดินมีสมาธิและตั้งสติอยู่กับการเดินนั่นเองครับ

02112008016.jpg

02112008020.jpg

ในวันนี้เส้นทางที่พวกเราย่ำเดินยังคงเป็นถนนดินลูกรังเสียส่วนใหญ่ครับ ผมมองดูพี่น้องที่ถอดรองเท้าเดินแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกเค้าจะเจ็บรึป่าว ในใจก็นึกอยากจะลองถอดรองเท้าเดินดูเหมือนกันครับ แต่พอเอาเข้าจริงๆผมตกลงใจว่าขอเป็นวันพรุ่งนี้ดีกว่า อิๆภ เดี๋ยวเกิดพลาดพลั้งเจ็บเท้าขึ้นมาเดินต่อไม่ได้ละก็ เสียดายแย่เลย

ผมอยู่เกือบด้านหน้าของขบวนโดยเดินตามหลังแม่ชีและพระ ในระหว่างเดินผมต้องทำหน้าที่แบกธงธรรมจักรไปด้วย รอบๆตัวผมไม่มีใครที่ผมเคยคุยด้วยได้เพราะต่างคนก็ต่างมีสมาธิอยู่กับการเดินธรรมยาตราครับ อีกอย่างผมไม่รู้จักใครที่อยู่รอบตัวผมครับ เดินไปสักพักผมก็เหลือบไปเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งอายุราวๆ 5-6 ขวบเดินอยู่ด้านหน้าผมตัวแกเล็กมาก นึกในใจว่า เอ แล้วน้องคนนี้เค้าจะเดินไหวเหรอ ผมเห็นน้องเค้าวิ่งเล่นกับเพื่อนตั้งแต่ก่อนออกจากวัดแล้วล่ะครับ ตอนแรกก็นึกว่าน้องเค้าจะนั่งรถไปทีมงานที่ขนของ ที่ไหนได้น้องเค้าเดินในระยะทางที่เท่ากันกับผู้ใหญ่ทุกคนเดินในคณะธรรมยาตราครั้งนี้ ขอบอกว่าทึ่งน้องเค้ามากๆครับ

02112008018.jpg

02112008021.jpg

ท้ายสุดของขบวนจะเป็นผู้ที่ดูแลเรื่องความเรียบร้อยของขบวนธรรมยาตราครับ คนกลุ่มนี้มีความจำเป็นมากถ้าไม่ได้พวกเค้า การเดินธรรมยาตราครั้งนี้ก็คงจะลำบากกว่านี้เยอะ ในการเดินระยะทางไกลๆและแถวยาวๆ ตอนแรกก็ดูเป็นระบบระเบียบดีอยู่หรอกครับ แต่พอนานๆเข้าก็จะเริ่มแตกแถวกันไม่เป็นกระบวน ทั้งนี้ก็เพราะรถใหญ่ๆที่สวนไปมาบนท้องถนนนั่นเองครับ ถ้าไม่หากไม่ระมัดระวังก็อาจจะเป็นอันตรายได้ ปิดท้ายขบวนจริงๆด้วยขบวนรถที่ขนของสัมภาระเช่นอุปกรณ์จัดนิทรรศการ รถขนเป้เต้นท์และรถเสบียน อันนี้จำเป็นแน่นอนครับ

02112008023.jpg

ธรรมชาติรอบข้างของเส้นทางที่เราเดินนั้นดีมากๆ วันนี้โชคดีแดดไม่แรงมากทำท่าว่าฝนจะตกด้วยซ้ำ ริมถนนมีไร่มันสัมปะหลังและทิวเขาที่เขียวขจีสวยงามมาก เขียวไปหมดจริงๆครับ คงเป็นเพราะช่วงนี้ฝนตกบ่อยๆภ แต่อนิจา กล้องมือถือของผมไม่สามารถทำหน้าที่ของมันให้ดีไปกว่านี้ได้อีกแล้ว ต้องขออภัยครับ ไว้แก้มือกับทริปหน้า จะหากล้องดีๆถ่ายรูปมาฝากนะครับ

02112008026.jpg

สองชั่วโมงหลังออกเริ่มเดิน คณะธรรมยาตราก็มาถึงที่พักแรกของการเดินทางในวันนี้ เป็นวัดที่อยู่ในหมู่บ้านระหว่างเส้นทางเดินของคณะธรรมยาตราครับ หลายคนคงสงสัยว่าทำไมทุกครั้งที่คณะธรรมยาตราพัก จะต้องเป็นวัดซะทุกครั้งเลย คำตอบแรกคือ ขบวนเรามีพระครับ คนตอบที่สองพี่ตุ้มเม้งบอกว่าสำหรับต่างจังหวัดแล้ววัดเป็นสถานที่ที่วิเศษมากเพราะเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านมาทำบุญก็จะได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน หลายต่อหลายครั้งที่เป็นปัญหาใหญ่ๆในระดับชุมชนถูกแก้ปัญหาที่นี่ เต่ายังเสริมอีกว่าชุมชนที่ท่ามะไฟหวานนั้นเหนียวแน่นมาก ทุกคนมีจิตใจและความคิดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทำให้ง่ายแก่การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชนอีกด้วยครับ

02112008028.jpg

02112008031.jpg

02112008034.jpg

02112008037.jpg

02112008035.jpg

หลังจากคณะธรรมยาตราพักเหนื่อยกันเสร็จก็ขี้นไปทำพีธีบนศาลาตามปกติจากนั้นก็ร่วมรับประทานอาหารเที่ยงกันก่อนที่จะออกเดินทางไปยังที่หมายปลายทางในวันนี้ต่อไปครับ

โปรดติดตามEntryต่อไปครับ..

Comments

comments

Comments are closed.